๐สัตว์ ร้าย..ในตัวเรา๐

posted on 27 Mar 2008 12:50 by -z-e-n-

..ก่อนอื่นต้องขอโทษก่อนคับ...

สำหรับบางคนที่ติดตามบล็อกผมอยู่ ... (ไม่รู้จะหลงตัวเองปะ อิอิ)

พอดีว่าผมไปต่างจังหวัดอ่ะคับ ..และ ขณะที่อัพบล็อคนี้อยู่ ..ผมอยู่ อุตรดิต อ.ลับแล สำนักสงฆ์มอนธาตุ...

 

๐สัตว์ร้าย..ในตัวเรา๐

ในขณะที่สนทนาธรรมกับพระภิกษุบวชใหม่รูปนึ่ง...

ในขณะที่ผมอธิบายเรื่องจิต..สติ ..อาหารของจิต..

ความคิด แวปนึ่งก็เข้ามาในจิต...

จิตคนเรา เหมือนสัตว์เลี้ยงตัวนึ่ง..

ต้องเลี้ยงดู .. ต้องฝึก ..ถ้าไม่เลี้ยงดู..ไม่ฝึก..

ก็ไม่ต่างจาก สัตว์ป่า ..ที่อาจจะกัดกินเจ้าของ ให้ได้ทุกข์..

คนทั่วไปมักเอาอาหารที่เป็นพิษ..มาเลี้ยงจิต

อาหารพิษ คือ กามคุณ5 มี 1.รูป 2.รส 3.กลิ่น 4.เสียง 5.สัมผัส

อาหารพวกนี้เหมือน ยาเสพติด...

ส่วนอาหารที่ดีมีประโยชน์...คือ ปิติสุข ในสมาธิ ในกุศล

เมื่อเลี้ยงเขาดีแล้ว ก็อย่าลืม.."ฝึก" จิต

เครื่องฝึกจิตคือ..สติ...

..จิตที่ฝึกดีแล้ว ย่อมนำสุขมาให้..

ที่นำเรื่องนี้มาลง..เพราะ อยากจะบอกบางคนที่ ไหว้พระสวดมนต์ อยู่แล้ว

เมื่อสวดเสร็จ..ก็อย่าพึ่งรีบลุกทันที..

ขอให้นั่งสำรวมจิต...ให้ จิตได้กินอาหารคือ ความปิติ ความวางจากกิเลส

ความเบาสบายคลายตัวจากการร้อยรัดจากสภาวะทางโลก

เหมือนกับเป็นการชาร์ทแบต ให้ตัวเอง

วิธีคือ..เมื่อสวดมนต์เสร็จ ...ให้นั่งหรับตา ระลึกรู้ ถึงความสุขความเบานั่น

สัก 5-10 นาทีก็ยังดี...เมื่อ ชำนาญก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆๆ เอง

นี่ นับเป็นอีกบทนึ่งสำหรับเบื้องต้น...

 

..๐ ปล่อย ๐..

หรือ... ปล่อยวาง...

คือ การที่จิตใจเรา ละวางความขุ่นข้องในจิต..

หรือจะเรียกว่า ความทุกข์.. ซึ่งคือความอึดอัดในจิต ขุ่นข้องหมองใจ

ความทนได้ยาก.. ซึ่งจริงๆแล้ว ขึ้นชื่อว่า  "ทุกข์"

ไม่มีใคร อยากได้  อยากมี เพียงแต่ไม่รู้..ไม่เข้าใจ ธรรมชาติ ของจิต


... การฝึกปล่อยวาง ความทุกข์ใจ ...

คือการเรียนรู้ลักษณะพื้นฐาน ลักษณะธรรมชาติของจิตหรือ ตัวคิด ของเองเรานี่แหละ...

--- --- ---

ธรรมชาติของจิต...มีลักษณะชอบเกาะ ชอบเกี่ยว (เกาะอยู่กะอดีต และ อนาคต)

จิตมีลักษณะบังคับไม่ได้ แต่สิ่งที่จะเข้าไปจัดการได้ คือสติ...

การฝึกสติ .. เราสามารถฝึกได้ ตลอดทั้งวัน ..

 ลองสักเกตุดูนะคับ เวลาที่เราเผลอตัว(ทางพระเรียกหลง คือโมหะ)

พอเราเผลอตัว..จิตเราก็จะชัดส่าย..วิ่งไปโน่น...อดีต..

ไม่ก็ไปคำนึงถึง อนาคต.. จิตไม่ได้อยู่กะปัจจุบัน...

แต่พอมี สติคือความรู้ตัวเกิดขึ้น..จิตที่ชัดส่าย ก็จะมารู้ปัจจุบัน ..

....ว่า"เอ๊ะ!เราไปคิดถึง เขา..ทำไม?..คิดเรื่องนั้น เรื่องนี้ทำไม??...

...นี่คับ พอความรู้สกตัวเกิดขึ้น... ถ้าเราสังเกตุดู ก็จะเห็นว่า เรื่องที่คิดฟุ้งซ่าน นั้นหายไป...

 มาอยู่กะปัจจุบัน ตรง "เอ๊ะ!" ตรงนี้แทน... นี่แหละคับ "สติ"

นี่แหละคับ ธรรมชาติของจิต เป็นอย่างนี้..

พอเรามี..สติ..รู้ตัวขึ้นมา ก็พาตัวเองออกจากวังวนของความคิดนั้นซะ...

คือหางานให้จิตและกายทำ ...เช่น ไปออกกำลังกาย ไปช็อปปิ้ง

ทำงานให้เยอะไว้ อย่าอยู่คนเดียว อย่าปล่อยตัวเองให้ว่าง

 เพราะถ้าว่างเกินไป จิตจะเข้าไปจมแช่ ...อยู่ในอารมณ์ที่เศร้าหมองนั้น..

การจมแช่ในอารมณ์นี่แหละ คือจิตที่ทำร้ายตัวเอง ...

เพียงแต่ทุกขณะที่ หันไปทำอย่างอื่น... ก็ต้อง สำรวจอาการของจิต..

ว่ามันเบาขึ้น มันสบายขึ้น เวลาที่ไม่ไปคิดถึง เรื่องเศร้าๆนั้น

..พอเห็นอย่างนี้..จิต..ก็จะจดจำด้วยตัวของเขาเอง..จิตจะเรียนรู้ ด้วยตัวเอง..

ว่าอะไรคือ สิ่งดี..อะไรคือสิ่งไม่ดี

(มีความเห็นที่ถูก..เรียกมีวิชา.. ไม่ใช่วิชาในทางโลกนะ open-mounthed smile..)

....ยกตัวอย่างเช่น ...เรารู้จัก มีด..เคยใช้มีด ทำอะไรสารพัด

เราก็คิดว่าเรา รู้จักมีด ครบทุกชนิด..

ต่อเมื่อ เราไปเจอกระจกแตก..บาดมือ..เลือดออก..."เจ็บ"

 จิตเราก็จะบันทึกลงไปในความจำเอง..ว่า นี่กระจกแตก ก็สามารถ ใช้แทนมีดได้นะ

 ต่อไปเราเจอกระจกก็จะ ระวังเอง...มันเป็นธรรมชาติ ของมันอย่างนั้นเอง...

ขอเพียง เราทำการฝึก..


....สติ....เอาไว้

******


 

ป.ล. ตอบคุณเลดี้ ช้าไปนิค คงไม่ว่ากันนะ คับ ซึ่งอาการของสติที่จะเข้าไป ตัด ตัวโลภ โกรธ หลง ได้ขาด.. คือต้องฝึกสติ จนมีความว่องไว ..รู้เท่าทันอารมณ์ ต่างๆๆ ที่มากระทบ.. คือ ทันกัน ก่อนที่ความโกรธ จะเกิด...แต่เจ้าความทุกข์ใจ เนี้ย. มันคือ สภาวะของอารมณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว การที่จะตัดให้ได้ทันทีนั้นจึง ..."ยาก"

จึงต้องใช้ "กุศโลบาย"

เพื่อพา จิตที่เกาะกับอารมณ์ นั้นๆ ออกมาจาก .... "ห้วงความคิดนั้น"

ยิ่ง... "อยาก" ให้คลาย ก็จะไม่คลายได้ง่ายๆ ..ขอให้ฝึก.. "เอ๊ะ!!" ในปัจุบันขณะ

ตัด.. เป็นช่วงๆไปคับ...เพื่อไม่ให้  จิต จมแช่ในอารมณ์ เศร้าหมองนาน เกินไป

เดี๋ยวจะเป็น โรค ซึมเศร้านะคับ ...อิอิอิ 

จาก หลวงพ่อคูณ ..^^

posted on 11 Mar 2008 20:15 by -z-e-n-
Fw Mail .. จากเพื่อนธรรม ในห้อง MSN ..